น้ำมันปลา คังเซน เค เค โกเด้น ออยล์ พลัส (โอเมก้า 3,6,9)

รีวิวอาหารเสริม น้ำมันปลาคังเซน เค เค โกเด้น ออยล์ พลัส (โอเมก้า 3,6,9) ราคาสมาชิก 1,075 บาท บรรจุ 60 แคปซูล เป็นน้ำมันปลาคุณภาพ มี โอเมก้า 3,6,9  ที่คัดเลือกเข้ามาจำหน่ายในแบรนด์ของคังเซน เคนโกซึ่งได้รับการตอบรับจากสมาชิกคังเซน ตลอดจนลูกค้ามาเป็นเวลายาวนานหลายปี พร้อมๆกับการพัฒนาปรับปรุงจนเป็นน้ำมันปลาที่มีคุณภาพและสารอาหารที่จำเป็นต่อร่างกาย เพราะน้ำมันปลาเป็นผลิตภัณฑ์ที่ต้องเอาใจใส่เป็นพิเศษเนื่องจากว่าคุณสมบัติจะเปลี่ยนง่ายเมื่อโดนอากาศ สินค้าน้ำมันปลาจึงจำเป็นต้องสดใหม่เสมอ รวมถึงการเก็บรักษาด้วย

น้ำมันปลาคังเซน เค เค โกเด้น ออยล์ พลัส (โอเมก้า 3,6,9) ได้มากกว่าแค่โอเมก้า 3 พร้อมสำหรับการบำรุงร่างกายที่ดีกว่า เหมาะสำหรับวัยทำงาน วัยเรียน เพิ่มพลังสมอง ลดความเสี่ยงของการอุดตันของเส้นเลือด และประโยชน์อื่นๆ ที่สำคัญได้มาตรฐานตามที่ระบุไว้ สด ใหม่ เสมอ จึงมั่นใจในคุณภาพได้ จัดจำหน่ายโดยบริษัทคังเซน เคนโก ผ่านตัวแทนสมาชิกซึ่งคังเซนแอทโฮมเราก็พร้อมบริการส่งทั่วโลก

น้ำมันปลาคังเซน เค เค โกเด้น ออยล์ พลัส
น้ำมันปลาคังเซน เค เค โกเด้น ออยล์ พลัส

คังเซน เค เค โกเด้น ออยล์ พลัส มีส่วนผสมน้ำมันจากเมล็ดแฟลกซ์ น้ำมันโบราจ และวิตามิน อี และอุดมไปด้วยกรดไขมันในกลุ่มโอเมก้าอย่างครบถ้วน ได้แก่ โอเมก้า-3 โอเมก้า-6 และโอเมก้า-9 ในสัดสวนที่สมดุลที่จะช่วยดูแลสุขภาพร่างกายและผิวพรรณของคุณ

น้ำมันปลาคังเซน เค เค โกเด้น ออยล์ พลัส มีโอเมก้า 3,6,9 พร้อมวิตามินอีสูง
น้ำมันปลาคังเซน เค เค โกเด้น ออยล์ พลัส มีโอเมก้า 3,6,9 พร้อมวิตามินอีสูง

มาดูประโยชน์ของ น้ำมันปลา โอเมก้า 3 แบบสรุปเพื่อสุขภาพที่ดีของคนดูแลสุขภาพครับ

1.ช่วยลดระดับไขมัน ไตรกลีเซอไรด์

2.ลดความข้น ของเลือด

3.ลดการจับตัวเป็นก้อนของเกล็ดเลือด

4.ลดโอกาสเกิดโรคหัวใจ และเส้นเลือดเลี้ยงหัวใจอุดตัน

5.บำรุงสมอง และตา

6.ช่วยลดความดัน โลหิต

7.ช่วยลดอาการของไขข้ออักเสบ และอาการปวดข้อ

8.ช่วยลดอาการไม เกรน

9.ป้องกันมะเร็ง

น้ำมันปลาคังเซน เค เค โกเด้น ออยล์ พลัส มีโอเมก้า 3,6,9 พร้อมวิตามินอีสูง
น้ำมันปลาคังเซน เค เค โกเด้น ออยล์ พลัส มีโอเมก้า 3,6,9 พร้อมวิตามินอีสูง

วิธีใช้ รับประทานครั้งละ 1 แคปซูล วันละ 1 ครั้ง พร้อมอาหาร หลังจากรับประทานน้ำมันปลาแล้วควรปิดปากขวดให้สนิทจะคงคุณสมบัติของน้ำมันคังเซนไว้ได้นานที่สุด

น้ำมันปลาคังเซน เค เค โกเด้น ออยล์ พลัส
น้ำมันปลาคังเซน เค เค โกเด้น ออยล์ พลัส

อย. 10-3-05139-1-0340   ใบอนุญาตเลขที่ ฆอ. 2854/2550

สั่งซื้อ น้ำมันปลาคังเซน เค เค โกเด้น ออยล์ พลัส มีโอเมก้า 3,6,9 พร้อมวิตามินอีสูง คลิก>>

ข้อมูล ผลิตภัณฑ์ เพิ่มเติม สำหรับท่านที่รักสุขภาพ เกี่ยวกับน้ำมันปลา

น้ำมัน ปลา  โอเมก้า  ทรี  (Fish Oil Omega 3)  เป็นน้ำมันปลาคุณภาพสูงสุด   ทำจากส่วนลำตัวและสมองของปลาทะเลที่อาศัยอยู่ในบริเวณกระแสน้ำเย็นลึก (จะพบว่าปลาทะเลที่อาศัยบริเวณอื่นซึ่งมีกระแสน้ำที่อุ่นกว่า  จะมีสารอาหารที่สำคัญ เช่น โอเมก้า –3 น้อยกว่า และมักเจือปนด้วยมลภาวะอันไม่พึงประสงค์)

สารอาหารแต่ละ ชนิดมีความสำคัญอย่างไรต่อร่างกาย  กรดไขมันจำเป็น โอเมก้า – 3 (ซึ่งรวมถึง EPA และ DHA) เป็นโครงสร้างสำคัญของเนื้อเยื่อระบบประสาท และมีบทบาทสำคัญต่อสมอง จนถึงระบบประสาท จากการทดลองพบว่า สัตว์ทดลองที่ขาดกรดไขมันจำพวกโอเมก้า-3 นี้ จะแสดงพฤติกรรมไม่ปกติ ซึ่งแสดงให้เห็นว่าสมองและระบบประสาทส่วนปลายมีความบกพร่องไปดังนั้นนัก วิทยาศาสตร์จึงเชื่อว่า การบริโภคกรดไขมันจำเป็นโอเมก้า-3 จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของสมองได้ ในบางประเทศ มีการเติมโอเมก้า-3    ในนมสำหรับทารก เพื่อช่วยเสริมพัฒนาการของสมองด้วย

จากการรายงานการวิจัยยืนยันว่าการได้รับกรดไขมันจำเป็นในปริมาณที่ไม่เพียงพอ จะมีความสัมพันธ์กับการเกิดเส้นเลือดหัวใจอุดตัน ผู้เชี่ยวชาญหลายท่านเชื่อว่า การบริโภคกรดไขมันจำเป็น โอเมก้า-3 จะช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจและโรคหลอดเลือดได้

งานวิจัยบาง ชิ้นได้แสดงให้เห็นว่า โอเมก้า-3   มีฤทธิ์ต้านมะเร็งด้วย นักวิจัยบางคนยังพบด้วยว่า การบริโภคน้ำมันปลา ในปริมาณที่สูงพอเพียงจะช่วยลดความเสี่ยงและความรุนแรงของโรคภูมิคุ้มกัน บกพร่อง อาทิ ไขข้ออักเสบ และโรคเอสแอลอี (SLE) อย่างไรก็ตาม ยังคงต้องมีการศึกษาเพิ่มเติมต่อไปเพื่อยืนยันในเรื่องนี้ กรดไขมันจำเป็นยังอาจมีฤทธิ์ช่วยต้านอาการแพ้ด้วย มีหน่วยงานหลายประเทศที่อนุมัติให้อาหารที่มี DHA สูง จัดเป็นอาหารประเภท Functional Food และใช้ช่วยอาการแพ้ต่าง ๆ บางคนอาจสงสัยว่าทำไมไขมันเหล่านี้จึงมีประโยชน์ทั้ง ๆ ที่เรามักทราบว่าการบริโภคไขมันมากเกินไปไม่เป็นผลดีต่อสุขภาพ คำตอบก็คือ ไขมันมีหลายประเภท การได้รับไขมันประเภททีดีในสัดส่วนที่เหมาะสมจะเป็นประโยชน์ต่อร่างกาย แต่โดยทั่วไป ในอาหารที่เราบริโภคเป็นประจำมักมีไขมันประเภทที่ไม่ดีปะปนอยู่เป็นส่วนใหญ่

น้ำมันปลาและน้ำมันพืช มีโครงสร้างของกรดไขมันประเภทไม่อิ่มตัว (Plyunsaturated Fatty Acid, PUFA) กรดไขมันเป็นชื่อเรียกหน่วยย่อยที่สุดของไขมัน โดยทั่วไปไขมันของร่างกายแต่ละหน่วยจะประกอบด้วย กรดไขมัน 3 หน่วยต่อกัน กรดไขมันไม่อิ่มตัว ยังแบ่งได้อีกเป็นหลายประเภท อาทิ โอเมก้า-3 โอเมก้า-6 โอเมก้า-9 โดยมีความแตกต่างกันที่โครงสร้างทางเคมี

วิตามิน เอ ที่มีอยู่ใน น้ำมันปลา โอเมก้า ทรี จะช่วยเสริมการเจริญเติบโต และการพัฒนาการของร่างกาย ส่วนวิตามิน ดี จะช่วยลดโอกาสการเกิดโรคกระดูกผุ ซึ่งพบมากในผู้สูงอายุ โดยเฉพาะสตรี
ดังนั้น การบริโภคน้ำมันปลาในปริมาณที่เหมาะสม สามารถช่วยลดระดับไขมันในเลือดของผู้ที่มีไขมันในเลือดสูงได้ โดยเฉพาะไขมันจำพวก ไตรกลีเซอไรด์ และยังลดโอกาสการจับตัวเป็นก้อนของเกล็ดเลือดอีกด้วย การมีไขมันในเลือดสูง และเกล็ดเลือดจับกันเป็นแข็งตัวเป็นก้อนนั้นเป็นปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญของการ เกิดโรคของหัวใจ และหลอดเลือด ปัจจุบันจะพบว่ามีอุบัติการณ์ของการเจ็บป่วยและเสียชีวิตจากโรคหัวใจและหลอด เลือดสูงมากในทั่วโลก

ประโยชน์ของ น้ำมันปลา โอเมก้า ทรี ต่อโรคอื่น ๆ

โรคไขข้ออักเสบ และ วัณโรคผิวหนัง (Lupus)

การวิจัยที่ Harvard บ่งชี้ว่า EPA สามารถช่วยป้องกันร่างกายจากการถูกทำร้ายโดยระบบภูมิคุ้มกันของตัวเองที่ บกพร่องไป ซึ่งพบในโรคไขข้ออักเสบ และวัณโรคได้ นักวิจัยได้ศึกษาและพบว่าในการอักเสบ จะมีสารชื่อ ลูโคติน บี 4 (Leukotriene B4 / LTB4) ซึ่งถูกสร้างขึ้นในร่างกาย เป็นสารที่ก่อให้เกิดการอักเสบและปวดตามข้อ LTB4 ถูกสังเคราะห์ในเนื้อเยื่อ จากกรดไขมันโอเมก้า-6 แต่ถ้ามี EPA อยู่ เนื้อเยื่อจะสร้าง LTB5 แทน ซึ่งจะมีฤทธิ์ตรงข้ามกับ LTB4

ครีเมอร์ (Dr. Joel M. Kremer) ผู้ช่วยศาสตราจารย์วิทยาลัยการแพทย์อัลบานี (Albany Medical Collage) ทำการศึกษาประโยชน์ของน้ำมันปลา ที่มีต่อคนไข้ที่มีปัญหาไขข้ออักเสบ โดยทำการวิจัยในคนไข้ 40 คน ให้ได้รับน้ำมันปลาเป็นเวลา 14 สัปดาห์แล้ว สลับกับยาหลอกอีก 14 สัปดาห์ ผลปรากฏว่า ระหว่างที่ได้รับน้ำมันปลา คนไข้มีจำนวนข้อที่อักเสบน้อยลงมากกว่าครึ่งหนึ่งของข้อที่อักเสบเมื่อเทียบ กับช่วงก่อนเข้าทำการทดลองวิจัย และช่วงที่ได้รับยาหลอก ดร.ครีเมอร์ (Dr.Kremer) ยังได้ รายงานต่อที่ประชุมของ American Rheumatism Association(ARA) ด้วยว่าน้ำมันปลา ช่วยลดสารสังเคราะห์ LTB4 ลง 60% ในขณะที่เพิ่มการสังเคราะห์ LTB5 ให้มากขึ้น

โรคไมเกรน (Migraines)
การ ศึกษาที่ University of Cincinnati Medical Center โดย Dr. Charles J. Glueck และคณะ โดยทำการทดลองกับคนไข้ไมเกรนรุนแรง จำนวน 15 ราย เป็นเวลา 19 สัปดาห์ โดยให้น้ำมันปลาสลับกับยาหลอก พบว่าในคนไข้ชาย น้ำมันปลาสามารถลดอาการไมเกรนได้อย่างมาก ในขณะที่ในคนไข้หญิง ไม่เห็นความแตกต่างกับยาหลอกมากนัก แต่พบว่าอาการปวดหัวโดยทั่วไปของทั้งสองกลุ่มไม่ว่าหญิงหรือชายลดลง

โรค มะเร็ง (Cancer)
Dr. Karmali ได้รายงานการศึกษาซึ่งพบว่า หนูทดลองที่ได้รับน้ำมันปลา มีสถิติการเกิดมะเร็งเต้านมน้อยกว่าหนูกลุ่มที่ได้รับน้ำมันข้าวโพด ทั้งยังพบผลแบบเดียวกันในมะเร็งลำไส้ และต่อมลูกหมากของหนูที่ Cornell University พบว่า หนูที่ได้รับสารก่อมะเร็งที่ตับอ่อน เกิดมะเร็งน้อยกว่า และมีขนาดของก้อนเนื้อมะเร็งน้อยกว่า เมื่อได้รับอาหารที่มีน้ำมันปลา ผลดังกล่าวทำให้ Dr. T.P. O’Connor สรุปว่า น้ำมันปลา ซึ่งมีกรดไขมันโอเมก้า 3 อยู่มาก น่าจะเป็นสิ่งช่วยยับยั้งการก่อมะเร็งได้
Dr. J. Jurkowski และ W. Cave ณ โรงพยาบาลเซนต์แมรี่ เมืองโรเซสเตอร์ (St. Mary’s hospital) ทำการวิจัยทำนองเดียวกัน โดยให้สารก่อมะเร็งในหนู พบว่าน้ำมันปลา ช่วยทำให้หนู 38% มีชีวิตรอดนานขึ้น 75% มีก้อนเนื้อมะเร็งลดลง และ 80% มีก้อนเนื้อมะเร็งน้อยกว่ากลุ่มที่ไม่ได้รับน้ำมันปลา

โรคเบาหวาน (Diabete)
นักวิจัยชาวเนเธอร์แลนด์พบว่า การบริโภคน้ำมันปลาในปริมาณสูง 30 กรัมต่อวัน จะช่วยควบคุมระดับน้ำตาลของคนไข้เบาหวานประเภท 2 ได้ (เบาหวานที่คนไข้มีความบกพร่องในการใช้อินซูลินของร่างกายในการควบคุมการเผา ผลาญน้ำตาล)
Dr. Margaret J. Alvrink, ศาสตราจารย์มหาวิทยาลัยเวสท์ เวอร์จิเนีย ณ เมืองมอร์แกนทาวน์ (West Virginia University in Morgantown) ได้วิจัยพบว่า การบริโภคน้ำมันปลาในปริมาณสูงสามารถช่วยลดระดับไตรกลีเซอไรด์ และโคเลสเตอรอล ในคนไข้เบาหวานได้อย่างมีนัยสำคัญ

เราจะเลือก น้ำมันปลาที่ดีได้อย่างไร
คุณภาพของน้ำมันปลาจะขึ้นอยู่กับปัจจัยหลาย อย่างต่อไปนี้

1.ความสดใหม่ และค่า Peroxide Value (PV)  น้ำมัน ปลามีข้อจำกัดที่สามารถจะสันดาปกับออกซิเจนในอากาศได้ง่าย   ซึ่งจะทำให้น้ำมันปลามีกลิ่นหืน น้ำมันปลามีปริมาณของกรดไขมันอยู่จำนวนมาก    เมื่อกรดไขมันเหล่านี้สัมผัสกับอากาศ จะทำให้น้ำมันปลาสามารถถูกสันดาปได้เร็วกว่าน้ำมันทั่วไปประมาณ 1,000 ถึง 10,000 เท่า    การที่น้ำมันปลาถูกสันดาปจะมีผลให้เกิดสารใหม่ที่ไม่ต้องการ   และอาจเป็นตัวก่อมะเร็ง    ทั้งยังทำให้มีกลิ่นคาวปลารุนแรงด้วย

ค่า PV เป็นดัชนีที่บ่งบอบถึงความรุนแรงของการถูกสันดาปของน้ำมันปลาปริมาณ 1 กิโลกรัม โดยวัดเป็นมิลลิอิควิวาเลนซ์ (milliequivalence) น้ำมันปลาที่ดีจะต้องถูกสันดาปเพียงเล็กน้อย    และมีค่า PV อยู่ระหว่าง 2 ถึง 5 (น้ำมันปลา โอเมก้า ทรี มีค่า PV เท่ากับ 1 หรือน้อยกว่า)      เมื่อใดก็ตามที่ค่า PV มากกว่า 5 จะแสดงว่าน้ำมันปลานั้นเสื่อมคุณภาพแล้ว   ไม่ควรรับประทาน    น้ำมันปลาที่มีค่า PV สูง ๆ เนื่องจากจะเป็นอันตรายต่อร่างกายแล้วอาจก่อให้เกิดโรคมะเร็งได้   นอกจากจะเติม วิตามิน อี 5 I.U. เพื่อเป็นการต่อต้านการสันดาป   ในน้ำมันปลา โอเมก้า ทรี ยังมีสาร Ascorby1 Palmitate (เป็นวิตามินซี ในรูปที่ละลายในไขมัน) ช่วยทำหน้าที่ป้องกันการออกซิเดชั่น และรักษาระดับ PV ของน้ำมันปลา โอเมก้า ทรี   เนื่องจากการที่น้ำมันปลามักมีอายุสั้นนั่นเอง ผู้ขายหลาย ๆ ราย จึงนำเอาน้ำมันปลาที่ใกล้หมดอายุมาขายในราคาถูก     น้ำมันปลาราคาถูกเหล่านี้    ไม่เหมาะสมในการรับประทาน เพราะถูกสันดาปไปมากแล้ว   และเป็นอันตรายต่อร่างกาย ผู้ซื้อจึงไม่ควรจะคำนึงถึงแต่ราคาถูกโดยไม่คิดถึงคุณภาพและสุขภาพของท่าน เอง

2.ปริมารณวิตามิน อี  น้ำมันปลาที่ดีควรมีวิตามินอีผสม อยู่ด้วย เนื่องจากเหตุผล 2 ประการคือ น้ำมันปลาต้องการฤทธิ์ช่วยต้านการสันดาปของวิตามินอี และร่างกายของเราก็ต้องการวิตามินอี เพื่อช่วยในการดูดซึมพวกกรดไขมันไม่อิ่มตัว เช่น น้ำมันปลาที่เราบริโภคเพิ่มขึ้น โดยทั่วไปแล้วต่อทุก ๆ กรัมของกรดไขมันไม่อิ่มตัวที่รับประทานเพิ่มขึ้นจะต้องการวิตามินอี เพิ่มขึ้น 1 I.U. เพื่อช่วยป้องกันความเสื่อมของร่างกาย และพิทักษ์ปกป้องเซลล์ของร่างกายด้วย

3.ความ บริสุทธิ์  น้ำมันปลาบางอย่างถูกสกัดจากปลาที่ไม่คัดเลือกชนิดหรือ แหล่งที่มาเพื่อทำให้ต้นทุนถูกลง อย่างไรก็ตามทะเลในแต่ละท้องที่ก็จะมีคุณภาพของสภาวะแวดล้อมไม่เหมือนกัน และทำให้อาจมีการปนเปื้อนของสารเคมีหรือมลภาวะคุณไม่ควรรับประทานน้ำมันปลา ที่ได้มาจากแหล่งเหล่านี้ ควรรับประทานเฉพาะน้ำมันปลาที่ได้มาจากปลาทะเลน้ำลึกในบริเวณที่ไกลออกไป เช่น บริเวณมหาสมุทรอาร์คติค เป็นต้น

4.ปริมาณ วิตามินเอ และวิตามิน ดี  ดัง เป็นที่ทราบกันว่า วิตามินเอ และวิตามินดี สำคัญต่อสุขภาพ อย่างไรก็ตามการได้รับปริมาณวิตามินเอ และดี ที่มากเกินไปอาจเป็นโทษได้ งานวิจัยพบว่า วิตามินเอ ขนาด 375 I.U. และวิตามินดี ขนาด 30 I.U. ในน้ำมันปลา 1000 mg. เป็นปริมาณที่พอเหมาะ (ต้องตระหนักด้วยว่า น้ำมันปลาไม่ใช่น้ำมันตับปลา น้ำมันตับปลาจะมีปริมาณวิตามินเอ และดี สูง และใช้รับประทานเพื่อต้องการเสริม วิตามินเอ และดี)

5.บรรจุภัณฑ์  น้ำมัน ปลาต้องเก็บให้พ้นแสง จึงควรบรรจุในขวดสีชา เพื่อป้องกันแสง

ประโยชน์ในการ รักษาโรค

• ภาวะเสียเสียความสามารถในการเรียนรู้   ทั้งภาวะเสียความสามารถในการเรียนรู้และภาวะไม่หยุดนิ่งในเด็กจะดีขึ้นเมื่อ ให้กินผลิตภัณฑ์เสริมอาหารดีพีเอ

• โรคสเก็ดเงิน  โรคสเก็ดเงินชนิดเป็นแผลตกสเก็ดเรื้อรังสามารถรักษาอย่างได้ผล  เมื่อเพิ่มอาหารจำพวกปลาที่มีไขมันมาก  เช่นปลาแมกเคอเรลและซาร์ดีนร่วมกับการกินผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร

• โรคข้อ อักเสบรูมาทอยด์  ผลิตภัณฑ์เสริมน้ำมันปลาจะช่วยลดความปวดจากโรคข้ออักสบรูมาทอยด์  ผู้ป่วยสามารถลดการใช้ยาต้านอักเสบที่ไม่ใช่สเทียรอยด์ลงได้

 (ข้อมูลโดย ทีมงาน คังเซนแอทโฮม)

Share ให้เพื่อน

Add a Comment